วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

ettynscrecret : แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นที่คุณไม่ควรพลาด





 สถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นที่คุณไม่ควรพลาด

          การท่องเที่ยวในญี่ปุ่นเป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครที่ทุกคนควรสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปสัมผัสกับธรรมชาติที่งดงาม วัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง หรือการสำรวจเมืองที่ทันสมัยและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ญี่ปุ่นมีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายตั้งแต่ทิวทัศน์ของภูเขาฟูจิที่สูงตระหง่าน ไปจนถึงความสวยงามของวัดและศาลเจ้าที่ยังคงรักษาความเป็นมาของประเทศไว้ได้อย่างงดงาม

          หากคุณกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายและน่าตื่นตาตื่นใจในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางสัมผัสกับวัฒนธรรมอันลึกซึ้ง การเที่ยวชมธรรมชาติที่งดงาม หรือการสำรวจเมืองที่เต็มไปด้วยความทันสมัยและประวัติศาสตร์ ญี่ปุ่นมีทุกอย่างที่คุณต้องการ สัมผัสกับความงามของวัดและศาลเจ้าที่ประดับประดาด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน ในบทความนี้เราจะพาคุณไปสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นในญี่ปุ่นที่ทุกคนไม่ควรพลาด ตั้งแต่เมืองหลวงอย่างโตเกียวไปจนถึงเมืองเกียวโตที่เต็มไปด้วยเสน่ห์วัฒนธรรม การท่องเที่ยวในญี่ปุ่นเป็นการผจญภัยที่คุณจะไม่มีวันลืม





1.โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower)



อ้างอิงจาก : https://youtu.be/E3h8kTzRhTA?si=vU-pDn0Clp3naC9_

          โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นและเป็นสัญลักษณ์ของกรุงโตเกียว โครงสร้างที่งดงามนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1958 โดยได้แรงบันดาลใจจากหอไอเฟลในปารีส มีความสูงถึง 333 เมตร ทำให้มันเป็นหอคอยเหล็กที่สูงที่สุดในโลกเมื่อเปิดใช้งาน

          นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ที่งดงามของเมืองโตเกียวได้จากหอชมวิวหลัก (Main Observatory) หรือหอชมวิวพิเศษ (Special Observatory) ที่สูงกว่า ในวันที่อากาศแจ่มใส คุณอาจมองเห็นภูเขาฟูจิที่สวยงามได้จากที่นี่ ภายในโตเกียวทาวเวอร์ยังมีร้านค้า ร้านอาหาร และพิพิธภัณฑ์ ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นหรือเพียงแค่พักผ่อนหลังจากการชมวิว การเยี่ยมชมโตเกียวทาวเวอร์เป็นประสบการณ์ที่ช่วยเติมเต็มการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นให้สมบูรณ์แบบ




2.ชิบุย่า (Shibuya)



อ้างอิงจาก : https://youtu.be/55iiL_WVqac?si=e-iUDUbQxyzcL-G4

          ชิบุย่า (Shibuya) เป็นย่านที่มีชีวิตชีวาและเป็นหนึ่งในจุดศูนย์กลางของวัฒนธรรมวัยรุ่นและการช้อปปิ้งของโตเกียว ชิบุย่าเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะสถานที่ตั้งของทางม้าลายที่คึกคักที่สุดในโลก ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวหลายคนต้องมาสัมผัสและถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก ทางม้าลายนี้แสดงให้เห็นถึงความทันสมัยและการเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดยั้งของเมืองโตเกียว

          นอกจากนี้ ชิบุย่ายังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น รูปปั้นสุนัขฮาจิโกะ (Hachiko Statue) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์และความจงรักภักดี รวมถึงห้างสรรพสินค้าชื่อดังและร้านค้าที่ขายสินค้าแฟชั่นทันสมัยจากแบรนด์ญี่ปุ่นและต่างประเทศ

          ในเวลากลางคืน ชิบุย่าก็ยิ่งมีสีสันด้วยแสงไฟจากป้ายโฆษณานีออนและเสียงดนตรีที่ก้องกังวานจากร้านค้าและคลับต่างๆ สำหรับผู้ที่รักการผจญภัยในเมือง ชิบุย่าเป็นจุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและพลัง




3.ป่าไผ่ (Bamboo Forest)



อ้างอิงจาก : https://youtu.be/tuppOwxXsj8?si=BFDUx0EKMo5VTs5A

          ป่าไผ่ (Bamboo Forest) ที่ตั้งอยู่ในย่านอาราชิยามะ (Arashiyama) เมืองเกียวโต เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความงดงามและเงียบสงบที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกไม่ควรพลาด ป่าไผ่แห่งนี้เต็มไปด้วยต้นไผ่สูงเสียดฟ้าที่เรียงรายกันเป็นแนวยาว เมื่อลมพัดผ่านใบไผ่จะส่งเสียงซ่าๆ เบาๆ ที่ฟังดูแล้วให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นเอกลักษณ์

          การเดินเล่นในป่าไผ่เป็นประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกอีกใบหนึ่ง ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อระหว่างธรรมชาติและความสงบ ป่าไผ่แห่งนี้เป็นที่นิยมทั้งในช่วงเช้าที่แสงแดดส่องทะลุผ่านต้นไผ่ และช่วงบ่ายที่มีเงาต้นไผ่ทอดยาวลงบนพื้นดิน

          นอกจากนี้ บริเวณใกล้เคียงยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น สะพานโทเก็ตสึเคียว (Togetsukyo Bridge) และ วัดเทนริวจิ (Tenryu-ji Temple) ที่เพิ่มความหลากหลายให้กับการท่องเที่ยวในอาราชิยามะ ป่าไผ่จึงเป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติและความเงียบสงบในแบบฉบับของญี่ปุ่น




4.ทะเลสาบโทยะ (Lake Toya)



อ้างอิงจาก : https://youtu.be/92g2o3WLXyc?si=9HzAodkBckrXc9Ev

          ทะเลสาบโทยะ (Lake Toya) เป็นทะเลสาบที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติชิโคสึ - โทยะ (Shikotsu-Toya National Park) บนเกาะฮอกไกโด ทะเลสาบแห่งนี้มีความสวยงามตลอดทั้งปีและเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่ไม่เคยกลายเป็นน้ำแข็งในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากมีอุณหภูมิที่อบอุ่นอย่างต่อเนื่อง การมาเยือนทะเลสาบโทย่าจึงเป็นประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเหมาะสำหรับการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ

          จุดเด่นของทะเลสาบโทย่าคือ วิวทิวทัศน์ที่ล้อมรอบด้วยภูเขาไฟอุสุ (Mount Usu) และเกาะเล็กๆ กลางทะเลสาบที่เรียกว่า นากาจิมะ (Nakajima Island) ที่สามารถมองเห็นได้จากริมฝั่ง นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือชมทะเลสาบเพื่อเพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่งดงาม หรือเลือกเส้นทางเดินป่ารอบๆ ทะเลสาบเพื่อสัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

          นอกจากนี้ ในช่วงเย็นของฤดูร้อนที่ทะเลสาบโทย่าจะมีการจัดแสดง ดอกไม้ไฟ ที่ส่องสว่างบนท้องฟ้าและสะท้อนกับผิวน้ำ เป็นภาพที่สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม และยังมีรีสอร์ทน้ำพุร้อนและโรงแรมริมทะเลสาบที่ให้บริการสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนแบบหรูหราและผ่อนคลายหลังจากวันท่องเที่ยวที่ยาวนาน




5.ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)



อ้างอิงจาก : https://youtu.be/aw2U67Xvgp4?si=osn3X7Ba3UNLMiln

          ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่โดดเด่นที่สุดของเมืองโอซาก้าและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในประเทศญี่ปุ่น ปราสาทนี้สร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1583 โดย โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) ผู้รวมประเทศญี่ปุ่นในยุคเซ็งโงกุ หลังจากผ่านการฟื้นฟูและบูรณะหลายครั้ง ปราสาทโอซาก้ากลายเป็นสัญลักษณ์ของพลังอำนาจและความเจริญรุ่งเรืองของญี่ปุ่นในยุคนั้น

          ตัวปราสาทตั้งอยู่ในสวนสาธารณะที่กว้างใหญ่ ล้อมรอบด้วยกำแพงหินและคูน้ำ ทำให้บริเวณนี้เป็นจุดที่เหมาะสำหรับการเดินเล่นและชมความสวยงามของดอกซากุระในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ภายในปราสาทมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การก่อสร้างและการต่อสู้ที่เกิดขึ้นในยุคเซ็งโงกุ รวมถึงของที่ระลึกและข้าวของเครื่องใช้ในสมัยนั้น

          นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปบนชั้นบนสุดของปราสาทเพื่อชมวิวเมืองโอซาก้าที่งดงามจากมุมสูง โดยเฉพาะในช่วงเย็นที่พระอาทิตย์กำลังตกดิน ทิวทัศน์ของเมืองที่เต็มไปด้วยแสงสีสวยงามทำให้เป็นภาพที่น่าประทับใจ ปราสาทโอซาก้าจึงเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทุกคนไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเมืองโอซาก้า




6.สวนสันติภาพฮิโรชิมา (Hiroshima Peace Memorial Park)



อ้างอิงจาก : https://youtu.be/k8YkkM-omtI?si=hEyfXHBCQm2iRTuD

          สวนสันติภาพฮิโรชิมา (Hiroshima Peace Memorial Park) เป็นสถานที่ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ทิ้งระเบิดปรมาณูในวันที่ 6 สิงหาคม 1945 ซึ่งทำให้เมืองฮิโรชิมาเสียหายอย่างมหาศาลและมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก สวนนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองฮิโรชิมาและเป็นสัญลักษณ์ของความหวังในการสร้างสันติภาพและการยุติการใช้อาวุธนิวเคลียร์ทั่วโลก

          ในสวนสันติภาพนี้มี โดมปรมาณู (Atomic Bomb Dome) หรือที่รู้จักกันว่า Genbaku Dome ซึ่งเป็นซากอาคารที่เหลือรอดจากการทิ้งระเบิดและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก โดมนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบอันร้ายแรงของสงครามและเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญในการสื่อสารเรื่องความสำคัญของสันติภาพ

          นอกจากนี้ สวนสันติภาพยังมี อนุสาวรีย์เด็กหญิงซาดาโกะ (Children’s Peace Monument) ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเด็กๆ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ โดยเฉพาะเรื่องราวของ ซาดาโกะ ซาซากิ เด็กหญิงที่พับนกกระเรียนกระดาษตามความเชื่อว่าหากพับได้ครบ 1,000 ตัว ความปรารถนาจะเป็นจริง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความหวังและความตั้งใจที่จะสร้างสันติภาพในโลก สวนสันติภาพฮิโรชิมายังมี พิพิธภัณฑ์สันติภาพฮิโรชิมา (Hiroshima Peace Memorial Museum) ที่แสดงข้อมูลและสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทิ้งระเบิด รวมถึงเรื่องราวของผู้รอดชีวิตและผลกระทบที่เกิดขึ้นในระยะยาว นักท่องเที่ยวที่มาเยือนสวนสันติภาพฮิโรชิมาจะได้รับทั้งความรู้สึกสะเทือนใจและแรงบันดาลใจในการแสวงหาสันติภาพ




7.ศาลเจ้าโทโชกู (Toshogu Shrine)



อ้างอิงจาก : https://youtu.be/Ea4iyiUBYWk?si=VlzkVlJgQw8M-tZG

          ศาลเจ้าโทโชกู (Toshogu Shrine) ตั้งอยู่ในเมืองนิกโก้ (Nikko) จังหวัดโทชิงิ เป็นศาลเจ้าชินโตที่มีความสำคัญและงดงามที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 เพื่อเป็นที่สักการะ โทกุงาวะ อิเอยาสุ (Tokugawa Ieyasu) ผู้ก่อตั้งโชกุนโทกุงาวะ ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการรวมประเทศญี่ปุ่นในยุคเอโดะ

          ศาลเจ้าโทโชกูมีความโดดเด่นในด้านสถาปัตยกรรมที่สวยงามและละเอียดอ่อน โดดเด่นด้วยการประดับตกแต่งด้วยงานแกะสลักไม้ที่วิจิตรบรรจงและทาสีทอง มีโครงสร้างที่ซับซ้อนและสวยงาม เช่น ประตูโยเมมง (Yomeimon Gate) ที่ถูกเรียกว่า "ประตูแห่งแสงสว่าง" เนื่องจากมีการตกแต่งอย่างงดงามด้วยงานแกะสลักที่ประณีตมากกว่า 500 ชิ้น

          หนึ่งในจุดที่มีชื่อเสียงที่สุดของศาลเจ้านี้คือ รูปแกะสลักลิงสามตัว (Three Wise Monkeys) ที่แสดงถึงคำสอนเรื่อง "ไม่พูด ไม่ดู ไม่ฟังสิ่งที่ไม่ดี" และยังมี แมวหลับ (Sleeping Cat) ที่แกะสลักอย่างมีเสน่ห์ซึ่งสื่อถึงความสงบสุขของยุคเอโดะ บรรยากาศรอบ ๆ ศาลเจ้ามีป่าไม้เก่าแก่ที่ช่วยเสริมความขลังและความสงบให้กับสถานที่แห่งนี้ การเดินทางมาที่ศาลเจ้าโทโชกูไม่เพียงแต่ทำให้ได้ชมสถาปัตยกรรมที่งดงาม แต่ยังเป็นการสัมผัสถึงประวัติศาสตร์และความศักดิ์สิทธิ์ของญี่ปุ่นในยุคโบราณอีกด้วย




8.การปีนเขาฟูจิ



อ้างอิงจาก : https://youtu.be/w23EknsaqIo?si=OoFhTjmM2bIo48F_

          การปีนเขาฟูจิ (Mount Fuji Climbing) เป็นกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นและท้าทายที่นักท่องเที่ยวและคนญี่ปุ่นจำนวนมากใฝ่ฝันอยากจะลองสัมผัส ภูเขาฟูจิเป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น มีความสูงถึง 3,776 เมตร และเป็นสัญลักษณ์ของประเทศด้วยความสวยงามที่สมมาตรและความสำคัญทางวัฒนธรรม

ฤดูกาลปีนเขา
          ช่วงเวลาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดสำหรับการปีนเขาฟูจิคือ ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อนในญี่ปุ่น ช่วงนี้เส้นทางจะเปิดให้ปีนและมีสถานีพักที่รองรับนักปีนเขาตลอดเส้นทาง ในช่วงนี้สภาพอากาศโดยทั่วไปจะเป็นมิตรต่อการปีนเขา แต่ก็ยังควรระวังเรื่องอุณหภูมิที่ลดต่ำลงเมื่อขึ้นไปถึงยอดเขา


เส้นทางปีนเขา
   มี เส้นทางหลัก 4 เส้นทาง สำหรับการปีนเขาฟูจิ ได้แก่:

  1. เส้นทางโยชิดะ (Yoshida Trail) – เป็นเส้นทางที่นิยมมากที่สุด มีสถานีพักและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย
  2. เส้นทางฟูจิโนะมิยะ (Fujinomiya Trail) – เส้นทางที่สั้นที่สุด แต่มีความชันมาก
  3. เส้นทางซุโบชิริ (Subashiri Trail) – มีทิวทัศน์ที่สวยงามและเงียบสงบกว่า
  4. เส้นทางโกเต็มบะ (Gotemba Trail) – เส้นทางที่ยาวและท้าทายที่สุด มีคนใช้น้อยกว่าเส้นทางอื่น
การเตรียมตัว
          การเตรียมตัวปีนเขาฟูจิจำเป็นต้องมีการวางแผนล่วงหน้า ควรสวมเสื้อผ้าและรองเท้าที่เหมาะสมสำหรับการปีนเขา รวมถึงเตรียมอุปกรณ์กันฝน ไฟฉาย และอาหารแห้ง น้ำดื่มก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องพกติดตัวไปด้วย

การชมพระอาทิตย์ขึ้น
          หนึ่งในประสบการณ์ที่น่าจดจำที่สุดในการปีนเขาฟูจิคือการได้ชม พระอาทิตย์ขึ้นจากยอดเขา ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ “โกไระอิโกะ (Goraiko)” ภาพของพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ ขึ้นมาจากขอบฟ้าจะทำให้การปีนเขาตลอดคืนที่เหน็ดเหนื่อยกลายเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่า







          ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายและน่าตื่นตาตื่นใจ ตั้งแต่เมืองหลวงอย่างโตเกียวที่เต็มไปด้วยความทันสมัยและชีวิตชีวา ไปจนถึงเมืองเกียวโตที่มีความสงบและประวัติศาสตร์อันยาวนาน คุณสามารถสัมผัสทั้งวัฒนธรรมและธรรมชาติที่งดงามได้ในทุกๆ ที่ที่คุณไปเยือน การเที่ยวชมปราสาทโอซาก้าที่โดดเด่น, การเดินเล่นในป่าไผ่ที่อาราชิยามะ, หรือการท่องเที่ยวที่ทะเลสาบโทยะก็ล้วนแต่เป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร

          นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างศาลเจ้าโทโชกูในนิกโก้ หรือพิพิธภัณฑ์สันติภาพฮิโรชิมาที่จะทำให้คุณได้เรียนรู้เรื่องราวที่มีความหมายลึกซึ้งต่อโลก เช่นเดียวกับการขึ้นไปสัมผัสยอดเขาฟูจิที่สูงตระหง่านหรือเที่ยวชมทะเลสาบที่สวยงาม

          ทั้งนี้ ญี่ปุ่นยังมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่คุณสามารถสัมผัสได้ในทุกๆ เมือง ตั้งแต่การลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นที่อร่อยที่สุดไปจนถึงการเยี่ยมชมสถานที่สำคัญที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์และความเชื่อของผู้คนในแต่ละพื้นที่ การเดินทางไปญี่ปุ่นจึงเป็นการผจญภัยที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีหรือการพักผ่อนในธรรมชาติที่เงียบสงบ ทุกที่ล้วนมีเสน่ห์ที่รอให้คุณค้นพบ






อ้างอิง :

https://th.bing.com/th/id/OIP.B0G4kB-nJeNE4LIyv3t8ggAAAA?rs=1&pid=ImgDetMain

https://chillchill-trip.com/wp-content/uploads/2021/03/image15-1.jpg

https://cms.dmpcdn.com/travel/2017/08/29/56a3809f-bfee-49cf-8f75-bbd9f282fd5c.jpg

https://artralux.co.th/wp-content/uploads/2022/10/WEB-1200x600-2-1024x512.jpg

https://th.bing.com/th/id/R.39485f84d7b9d293dfd6fb8a290f37ad?rik=U9WtHVkGT0O1QA&pid=ImgRaw&r=0

https://www.seeyoujp.com/wp-content/uploads/2019/10/bamboo-forest-kyoto.jpg

https://d1nwfvw9iqnfnz.cloudfront.net/gowithguide/posts/3034/49908.jpg

https://res.klook.com/image/upload/c_fill,w_1081,h_608/q_65/activities/p3xmw5uv3dfzld9gxwaf.jpg


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ettynscrecret : หนังสือที่ควรค่าแก่การอ่าน

หนังสือที่ควรค่าแก่การอ่าน             การอ่านหนังสือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สามารถเปิดโลกทัศน์และเสริมสร้างความรู้ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว...